ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ มลภาวะรอบตัว และปัจจัยภายในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับปัญหา “หน้าแก่ก่อนวัย” ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย ร่องลึก ผิวหมองคล้ำ หรือจุดด่างดำ โดยปัญหาผิวหน้าที่แก่ก่อนวัยนี้ไม่เพียงส่งผลต่อความมั่นใจ แต่ยังเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสุขภาพผิวที่ไม่แข็งแรงอีกด้วย

หน้าแก่ก่อนวัย เกิดจากอะไร ?
ความจริงแล้ว สาเหตุของ “หน้าแก่ก่อนวัย” มักมาจากหลายปัจจัยและพฤติกรรมที่เราทำเป็นประจำโดยไม่รู้ตัว ลองมาดูกันว่าอะไรบ้างที่ทำให้ใบหน้าของเราดูแก่เร็วกว่าที่ควรจะเป็น
แสงแดดและรังสี UV
รังสี UV โดยเฉพาะในแดดเมืองไทยที่แรงตลอดทั้งปี ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของผิวหน้า เพราะสามารถทำลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ส่งผลให้ผิวแห้งเสีย เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยได้ง่าย ที่สำคัญ หากไม่ทาครีมกันแดดเป็นประจำ ผิวจะเสื่อมสภาพเร็วขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้ชีวิตกลางแจ้งเป็นประจำ
พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม
หลายครั้งพฤติกรรมที่ดูเหมือนธรรมดา กลับส่งผลเสียต่อผิวหน้าโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว เช่น
- นอนดึก พักผ่อนไม่พอ เพราะช่วงเวลานอนคือช่วงที่ร่างกายจะซ่อมแซมเซลล์ผิวให้กลับมาสดใส หากนอนไม่พอ ผิวจะดูหมอง โทรมง่าย และฟื้นตัวช้าลง
- ดื่มน้ำน้อย น้ำเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและเปล่งปลั่ง เมื่อขาดน้ำ ผิวจะดูแห้ง หยาบกร้าน และเกิดริ้วรอยง่ายกว่าเดิม ดังนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับผิวสวย
- สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ สารจากบุหรี่และแอลกอฮอล์จะรบกวนการไหลเวียนของเลือดใต้ผิว ทำให้ผิวหมองคล้ำและเสียความยืดหยุ่น นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายขาดวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อผิวพรรณ
- รับประทานของทอดหรือของหวานมากเกินไป น้ำตาลและไขมันทรานส์จะกระตุ้นกระบวนการ Glycation ในร่างกาย ซึ่งทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมสภาพเร็ว ส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อยและแก่ไวขึ้น
ความเครียดสะสม
เมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาจำนวนมาก ฮอร์โมนตัวร้ายนี้จะรบกวนสมดุลของร่างกายและส่งผลถึงผิวโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบ ผิวบางลง และริ้วรอยลึกปรากฏขึ้นเร็วกว่าเดิม ยิ่งถ้าเป็นความเครียดเรื้อรัง หน้าก็จะโทรมไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ขาดการดูแลผิวที่เหมาะสม
บางคนอาจมองข้ามขั้นตอนพื้นฐาน เช่น ไม่ล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอน ไม่ทาครีมกันแดด หรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เมื่อสะสมกันนาน ๆ ก็ส่งผลเสียต่อผิว ทำให้ผิวค่อย ๆ อ่อนแอลง แก่เร็ว และฟื้นตัวได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
หน้าแก่ก่อนวัย ทำไงดี ? 8 วิธีดูแลผิวหน้าไม่ให้แก่ก่อนวัย
ถ้าอยากให้ใบหน้าดูเด็ก สดใส อยู่เสมอ แนะนำให้ทำตามเคล็ดลับที่ทั้งง่ายและได้ผลจริง เหล่านี้
1. ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน
แม้จะอยู่ในที่ร่มหรือวันที่ฟ้าครึ้ม รังสี UVA ก็ยังสามารถทะลุผ่านเข้ามาทำร้ายผิวได้เสมอ ดังนั้นควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และ PA+++ เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสี UV อย่างครบถ้วน และหากต้องอยู่กลางแจ้งนาน ๆ ควรทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้การปกป้องต่อเนื่องตลอดวัน
2. เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสม Anti-Aging
การบำรุงผิวสามารถช่วยให้ผิวดูสดใสขึ้นได้ โดยควรมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมช่วยเรื่องริ้วรอยและความยืดหยุ่น เช่น
- Retinol / Retinoid : กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้นและผิวเรียบเนียน
- Vitamin C : ช่วยให้ผิวสว่างใส ลดจุดด่างดำ และต่อต้านอนุมูลอิสระ
- Peptide / Collagen : เติมเต็มความยืดหยุ่นให้ผิวกระชับ ดูเด้งและอิ่มตัว
- Hyaluronic Acid : เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มน้ำ สุขภาพดี และไม่แห้งกร้าน
3. นอนหลับให้สนิทและเพียงพอ
ร่างกายจะซ่อมแซมตัวเองขณะเรานอนหลับ โดยเฉพาะช่วงเวลา 4 ทุ่มถึงตี 2 ซึ่งเป็นช่วงทองของการฟื้นฟูเซลล์ หากได้นอนหลับลึกและเพียงพอ วันรุ่งขึ้นผิวจะสดใส ไม่หมอง ไม่โทรม และยังช่วยลดโอกาสเกิดสิวหรือผิวอักเสบ ทำให้หน้าดูพร้อมรับวันใหม่เสมอ
4. รับประทานอาหารที่ดีต่อผิว
อาหารที่เรากินส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพผิว ดังนั้นควรรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักใบเขียว เบอร์รี มะเขือเทศ ถั่วเปลือกแข็ง ปลาแซลมอน อะโวคาโด เพื่อให้ผิวดูสดใส เปล่งปลั่งจากภายใน พร้อมกับลดการบริโภคของทอด อาหารที่มีน้ำตาลสูง และอาหารแปรรูป ที่เร่งให้เซลล์ผิวเสื่อมเร็ว
5. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
น้ำ เป็นพื้นฐานสำคัญของผิวที่ดี หากดื่มน้ำไม่เพียงพอ ผิวจะดูแห้ง หยาบกร้าน และเกิดริ้วรอยได้ง่าย จึงควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อให้เซลล์ผิวชุ่มชื้น ดูอิ่มฟูและแข็งแรงจากภายใน
6. ลดความเครียด
ความเครียดส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพผิวมากกว่าที่คิด เพราะฉะนั้นลองหากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย เช่น เดินเล่นในสวน ออกกำลังกาย ฟังเพลง หรือฝึกสมาธิเป็นประจำ กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยลดฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ทำให้ผิวเสื่อมเร็วลงได้
7. เลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำร้ายผิว
หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัว เช่น
- การสูบบุหรี่ : นิโคตินจะทำลายเส้นเลือดฝอยใต้ผิว ทำให้ผิวดูหมองคล้ำ และสูญเสียความยืดหยุ่นอย่างรวดเร็ว
- การดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ : การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ผิวขาดน้ำ ดูแห้งและเหนื่อยล้า แถมยังทำให้ผิวแก่เร็วกว่าปกติ
8. ทำหัตถการที่คลินิกเสริมความงาม
หากต้องการเร่งผลลัพธ์หรือแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อเลือกหัตถการที่เหมาะสม เช่น การเข้าโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ โปรแกรมฟิลเลอร์ การเติมไขมันหน้าเด็ก การใช้เลเซอร์ หรือการผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peel) สิ่งสำคัญคือต้องทำกับคลินิกที่มีแพทย์เฉพาะทางดูแล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและมีความเสี่ยงน้อย

สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีป้องกันปัญหาใบหน้าดูโทรมและแก่ก่อนวัย La Ferly Clinic คลินิกเสริมความงามที่มีสาขาในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่าง ๆ พร้อมให้บริการหัตถการเสริมความงามที่ตอบโจทย์คุณ ทั้งการเติมไขมันหน้าเด็กที่ช่วยฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ช่วยเติมเต็มส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าให้แลดูเป็นธรรมชาติ รวมถึงบริการยกกระชับปรับรูปหน้า ลดเลือนริ้วรอย และฟื้นฟูผิวด้วยเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน นัดปรึกษาฟรีและเข้ารับการบริการได้ที่ La Ferly Clinic ทั้ง 6 สาขา ได้แก่ รังสิต สุทธิสาร บางนา ภูเก็ต อุดรธานี และขอนแก่น หรือโทร 098-889-2999 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE: @laferlyclinic หรือ Website: https://laferlyclinic.com/
ข้อมูลอ้างอิง
- Everything You Need to Know About Premature Aging. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 จาก https://www.healthline.com/health/beauty-skin-care/premature-aging.
- 8 Proven Ways to Prevent Wrinkles. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 จาก http://healthline.com/health/skin/how-to-prevent-wrinkles.
- Signs of Premature Aging. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 จาก https://my.clevelandclinic.org/health/symptoms/23105-premature-aging.

นพ.กิตติธัช สินพิพัฒน์พร (คุณหมอคิม) แพทย์เฉพาะทางด้านการปรับรูปหน้าด้วยไขมัน สำเร็จการศึกษาด้านตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับการอบรมเทคนิคดูดและเติมไขมันจากสถาบันที่มีชื่อเสียงในเกาหลีโดยตรง พร้อมมีประสบการณ์เฉพาะด้านในการออกแบบสัดส่วนเฉพาะบุคคล รวมถึงการปรับรูปหน้าด้วยโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ เพื่อมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด